นายประพฤทธิ์ ฑิตสุวรรณ เริ่มทำพืชร่วมยาง ตั้งแต่ปี 2559 ในพื้นที่ 6.5 ไร่ เดิมทีตนเองมีพื้นที่การเกษตร เชิงเดียวอยู่แล้วหลายแปลง แต่ยังไม่สามารถเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนได้ตลอดปี จึงอยากจะทำการเกษตรแบบผสมผสานที่มีพืชหลากหลายและมีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี เพื่อจะเพิ่มรายได้ให้เพียงพอกับรายจ่ายที่เกิดขึ้น และพยายามใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงเริ่มปลูกไม้แซมลงในสวนยาง เช่น ตะเคียนทอง สะเดาเทียม และอนุรักษ์ไม้ พืชผัก สมุนไพรต่างๆ ที่ขึ้นเองโดยธรรมชาติไว้ เพื่อให้เกิดระบบนิเวศที่สมบูรณ์มากขึ้น และมีรายได้จากผลผลิตปลอดสารเคมีที่หลากหลายมากขึ้น
เกษตรผสมผสาน มีองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ คือ มีความผสมผสานระหว่างพืชและสัตว์ มีความหลากหลายของพืชพันธุ์ มีพืชต่างระดับ มีความเกื้อกูลกัน ซึ่งนายประพฤทธิ์ ฑิตสุวรรณ ได้นำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้และพัฒนาเป็นจัดรูปแบบปลูกพืชผสมผสานลงในสวนยางพารา จำนวน 6.5 ไร่ ซึ่งแวดล้อมไปด้วยสวนปาล์มน้ำมัน โดยปลูกผักเหลียง ไม้ป่าเศรษฐกิจ สมุนไพรต่างๆ อนุรักษ์ไม้พื้นถิ่น ไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แหล่งน้ำที่มีปลา และสัตว์ต่างๆ เพื่อรักษาระบบนิเวศเดิมเอาไว้ และสามารถเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน จากผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารเคมีให้ได้ตลอดปี
รูปแบบการทำพืชร่วมยาง ตนได้ศึกษาหาข้อมูลและไปเรียนรู้ ศึกษาดูงานมาจากหลายพื้นที่ แต่เพิ่งจะมีโอกาสได้ลงมือทำอย่างจริงจังในพื้นที่ของตัวเองมาเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งผลตอบแทนอาจจะยังไม่ได้มากมายนัก แต่ระบบนิเวศดีขึ้นอย่างชัดเจน เป็นสวนยางผสมผสานที่ปลอดสารเคมี 100% มีทั้งพืชที่ตั้งใจปลูก และธรรมชาติมอบให้อย่างหลากหลายภายในระยะเวลาไม่กี่ปี แปลงนี้เน้นเฉพาะไม้ยืนต้นผลไม้ และพืชผัก ไม่มีปศุสัตว์ มีแต่ปลาในแอ่งน้ำตามธรรมชาติ เพราะไม่ได้อยู่อาศัยในพื้นที่ และบริเวณรอบข้างก็เป็นสวนปาล์มน้ำมัน ทำให้สะดวกต่อการบริหารจัดการเรื่องปลอดสารเคมี เมื่อยางพาราเริ่มจะได้รับผลผลิต จึงปลูกผลไม้ เช่น มังคุด ทุเรียน ผสมผสานลงไปในแปลง ปลูกผักเหลียง ระหว่างร่องยางเป็นแนวตรงพยายามแต่งให้เป็นต้นเดี่ยวและโน้มกิ่งเข้าหากัน เพื่อเพิ่มปริมาณยอดที่แตกออกมา ตามข้อต่างๆ สะดวกต่อการบริหารจัดการพื้นที่ และได้เพิ่มพืชผักยั่งยืน เช่น ผักกูด และสมุนไพร เช่น ข่า กระวาน กระปุด กระทือ และพืชพันธุ์ตามธรรมชาติอีกมากมาย สามารถตอบโจทย์ตรงกับความต้องการในการเพิ่มรายได้จากการขายผักและผลไม้อื่นๆตามฤดูกาล
แปลงนายประพฤทธิ์ ทิศสุวรรณ
